ศัลยกรรม




13.Fat Transfer


ความนิยมในการทำเทคนิคการเติมเต็มด้วยเนื้อเยื่อไขมันผสมเซลล์ได้รับ ความนิยมเพิ่มขึ้นในหลายประเทศทั้งในอเมริกา ยุโรป เกาหลีใต้และญี่ปุ่น การฉีดเติมเต็มด้วยไขมัน หรือ Fat Grafting เป็นวิธีการที่ศัลยแพทย์ทำกันมานานแล้ว โดยการดูดไขมันในส่วนของร่างกายที่มีไขมันมากและต้องการกำจัดออก เช่นจากบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก แล้วจึงนำมาฉีดกลับเข้าไปใหม่ยังส่วนบริเวณที่ต้องการเติมเต็ม เช่นในส่วนต่างๆ บนใบหน้า เติมเต็มหน้าอกให้อวบอิ่ม เป็นต้น ซึ่งมีข้อดีคือไขมันที่ได้เป็นของตัวคนไข้เองจึงไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปใน ร่างกาย ในการทำแต่ละครั้งสามารถฉีดไขมันได้ในปริมาณมากๆ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นธรรมชาติ แต่ข้อเสียของการทำ Fat Grafting ในอดีตคือไขมันที่ฉีดเข้าไปจะมีส่วนที่ตายเป็นจำนวนมาก ทำให้การกำหนดปริมาณและขนาดทำได้ยาก ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ดีเท่าที่ควร ด้วยวิวัฒนาการทางด้านศัลยกรรมความงามที่ไม่หยุดนิ่ง ทำให้การทำ Fat Grafting ได้ถูกพัฒนาเทคนิคและวิธีการ จนสามารถทำลายข้อจำกัดและข้อเสียของวิธีการแบบเดิมๆ ลงไปได้ นั่นก็คือกระบวนการในการเตรียมเซลล์ไขมันที่ดูดออกมา ให้มีสมรรถภาพและมีความพร้อมที่จะมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวขึ้น ทำให้หลังฉีดไปแล้วไขมันมีการตายน้อยลง แพทย์จึงสามารถประเมินผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างชัดเจน หลักการของ Fat Grafting : The New Regenerativetive filler พุงหาย อกมา หน้าเด้ง เป็นการย้ายตำแหน่งไขมันจากบริเวณที่ไม่ต้องการ เช่น หน้าท้อง ต้นขา มาเติมเต็มในส่วนที่บกพร่องเช่นบริเวณใบหน้า เช่น ร่องแก้ม รอยใต้ตา บริเวณรอบดวงตา เบ้าตาที่ลึกโบ๋ เนื่องจากไขมันบางส่วนที่หายไป ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบดวงตาลดลงเนื่องจากพังผืดที่ยึดบริเวณรอบดวงตา มีการหย่อน ทำให้เกิดร่องลึกลงไปเรื่อยๆ เหล่านี้เป็นต้น ดังที่กล่าวมาแล้วว่า ปัญหาของการทำ Fat Grafting ในอดีตคือ การที่ดูดไขมันออกมาแล้วฉีดกลับเข้าไปเลย บางครั้งฉีดไปแล้วหายหมด หรือถ้าไขมันเป็นเม็ดใหญ่หลังทำไปแล้วอาจเห็นเป็นก้อนขึ้นมาเป็นจุดๆ ด้วยเหตุนี้เองจึงได้มีการพัฒนากรรมวิธีที่จะมาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว นั่นก็คือการนำไขมันมาผ่านกระบวนการปั่นแยก เพื่อแยกส่วนผสมของไขมันที่ดูดออกมาออกจากกัน
Fat Transfer สามารถแก้ไขปัญหาได้หลายจุด
• เติมเต็มบริเวณส่วนต่างๆ ของร่างกายให้อวบอิ่ม เช่นบริเวณขมับ ร่องแก้ม ใต้ตา รอบดวงตา มุมคาง หน้าผาก เต้านม ฯลฯ
• ฟื้นฟูสภาพผิวพรรณที่เสื่อมลง
• เติมเต็มบริเวณหลังมือ
• เติมเต็มร่องรอยความไม่เรียบหลังการดูดไขมัน ฯลฯ
ข้อดีของวิธีการนี้
• ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย
• ไขมันที่ฉีดเข้าไปและเหลืออยู่หลังจากผ่านไป 6 เดือนจะอยู่ได้ถาวร
• ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ
• สามารถเติมเต็มไขมันได้ในปริมาณมากในการทำแต่ละครั้ง (อาจทำสองถึงสามครั้ง)
• ไขมันเป็นฟิลเลอร์ที่มีชีวิตสามารถฟื้นฟูสภาพความมีชีวิตชีวาของผิวหน้าได้เพราะไขมันมีสเต็มเซลล์ไขมันปนอยู่
ข้อเสีย
• ไม่สามารถทำในคนที่ผอมมากๆ
• แม้ว่าผลการเติมเต็มไขมันจะดีขึ้นกว่าเดิม แต่ยังมีการสลายตัวบางส่วน ปริมาณการสลายตัวของไขมันนั้นไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับธรรมชาติแต่ละคน และในแต่ละตำแหน่งของร่างกายที่ตอบสนองแตกต่างกัน
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา
1. คนไข้อาจต้องพักฟื้นในช่วง 1- 3 สัปดาห์หลังทำ
2. งดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุง และยาต้านเกร็ดเลือดทุกชนิด ไม่ต่ำกว่า 1สัปดาห์
การดูแลตัวเองหลังเข้ารับการรักษา หลังเข้ารับการรักษาควรมีการประคบเย็น 48-72 ชั่วโมง เพื่อลดอาการบวมและอาการเขียวช้ำ ช่วงแรกอาจจะยังคลำเจอไขมัน และไม่ค่อยเรียบเนียนนัก คนไข้ยังไม่ต้องกังวล แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและให้คำแนะนำ ซึ่งอาการเหล่านี้ก็จะดีขึ้น โดย 1- 3 สัปดาห์หลังทำ เพราะจะมีการบวม มีรอยเขียวช้ำ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรก และจะเริ่มดีขึ้นในอาทิตย์ที่ 3-4 ซึ่งใบหน้าจะดูเข้ารูปมากขึ้น เห็นความอ่อนเยาว์ชัดเจนขึ้น ปัญหาที่อาจพบได้ และข้อพึงระวัง ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในการทำ Fat Grafting ถ้าเทียบกับการศัลยกรรมทั่วไป (Open Surgery) ถือว่าน้อยมาก




SiriWellness Center @ Copyright 2015 - 2017