ศัลยกรรม




10.ดึงหน้า


ปัจจุบันนับได้ว่าเป็นการผ่าตัดที่ได้ผลดีมาก และมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง การดึงหน้านอกจากจะทำให้ผิวหน้าของคุณดูเต่งตึงขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองได้อีกด้วย การดึงหน้า คือ การตัดหนังที่เหี่ยวย่นออกไปเพื่อให้ผิวหน้าตึงขึ้น ซึ่งผิวที่เหี่ยวย่นนั้นเกิดจากอายุที่มากขึ้น, กรรมพันธุ์, หรือสภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของผิวเมื่อมีอายุจะต่างกันแล้วแต่เนื้อเยื่อ และการดูแลผิวพรรณของแต่ละคนด้วย ใบหน้าก็เช่นกันจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ดูอายุมากขึ้นใน 2 ส่วน
1. การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง จะเกิดรอยย่น เกิดการหย่อนยานของผิวหนังและเกิดจุดด่างดำขึ้นที่ใบหน้า
2. การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง โดยเนื้อบริเวณแก้มจะเคลื่อนลงล่างทำให้ร่องแก้มชิดขึ้น เกิดการหย่อนของเนื้อเยื่อใต้ต่อกราม และการหย่อนของกล้ามเนื้อที่คอ
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
1.สระผมก่อนผ่าตัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
2.ผู้ที่มีความดันสูงต้องควบคุมให้ปกติก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์
3.งดสูบบุหรี่ และงดยาแอสไพริน 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
4.สำหรับผู้ที่จะวางยาสลบต้องงดน้ำ งดอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
การผ่าตัด
มักนิยมผ่าตัดโดยใช้การดมยาสลบมากกว่าการฉีดยาชาเฉพาะที่ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 2 ชั่วโมง ดังนั้นขั้นตอนในการเตรียมคนไข้ให้พร้อมก่อนการผ่าตัดเพื่อความปลอดภัยแก่คนไข้จึงมีความสำคัญมาก สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว บางอย่างที่มีผลต่อการดมยาสลบ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ หลังผ่าตัดจะมีแผลผ่าตัดที่หนังศีรษะ บริเวณหน้าหูและหลังหู โดยหลังจากแผลหายแล้วรอยแผลจะมีน้อย ถ้าไม่สังเกตจะไม่เห็นรอยแผล ถ้ามีไขมันใต้คางมากสามารถดูดหรือตัดไขมันใต้คางร่วมกับการผ่าตัดดึงหน้าได้
การดูแลหลังผ่าตัด
1. นอนยกศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม
3. ตัดไหมหลังผ่าตัดแล้ว 7-10 วัน
4. หลังการผ่าตัดโดยทั่วไปก็มักจะไม่มีอาการผิดปกติอะไร อาจมีปวดแผลผ่าตัดบ้างแต่ก็สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยยาแก้ปวด
5.ประคบเย็นที่ใบหน้า การประคบเย็นยังช่วยป้องกันอาการบวมที่อาจจะเกิดขึ้นจากการผ่าตัดได้อีกด้วย (หากไม่มีปัญหาใดๆ อาการบวม หรือฟกช้ำก็มักจะหายสนิทในเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์

โดยปกติภายหลังการดึงหน้า ความตึงของผิวหน้ามักจะอยู่ได้นานหลายปีเดียว แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของคนไข้ด้วย ดังนั้นบางรายหลังการผ่าตัดดึงหน้าครั้งแรกแล้ว 5 - 10 ปี อาจต้องการผ่าตัดอีกเป็นครั้งที่สองหรือที่สามการผ่าตัดดึงหน้าครั้งที่สองจะมีแผลที่เดิมที่เคยผ่าตัดครั้งแรกแต่ในรายละเอียดจะแตกต่างกันบ้าง โดยการผ่าตัดจะยากกว่าครั้งแรก เนื่องจากมีผังผืดเกิดขึ้น หลังการผ่าตัดครั้งแรกและชั้นของไขมันที่ใบหน้าจะบางลง โดยเฉพาะการผ่าตัดดึงหน้าครั้งที่สองหลังจาก 1 ปี ไปแล้ว การผ่าตัดดึงหน้าครั้งที่สองมักเป็นผู้ที่มีอายุมาก ดังนั้นก่อนผ่าตัด ต้องเตรียมตัวมากกว่าปกติ โดยผู้ที่มีความดันโลหิตสูง, เป็นเบาหวาน หรือเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จะต้องคุมโรคเหล่านี้ให้ดีก่อนผ่าตัด

สรุปแล้วการผ่าตัดดึงหน้าครั้งที่ 2 หรือ 3 สามารถทำได้โดยผลที่ได้และความปลอดภัยจะใกล้เคียงกับการผ่าตัดครั้งแรก



SiriWellness Center @ Copyright 2015 - 2017